คนจีนสมัยนีเสพสื่อกันอย่างไร

Last updated: Mar 21, 2017  |  174 จำนวนผู้เข้าชม  |  IT Technology Old Day Technology

วันพุธที่ผ่านมา ครอบครัวผมมีโอกาสต้อนรับ มร.แอนสัน เซง ประธานกรรมการบริหารซีไอบีเอ็น ฟิล์ม (ประเทศไทย) และได้ฟังคุณแอนสันสรุปสถานการณ์ OTT Platform หรือ Over The Top ซึ่งคล้ายคลาวด์ทีวีอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง

ทุกวันนี้คนจีน 1,400 ล้านไม่ดูทีวีแบบเดิมแล้ว แต่ดูผ่านอินเตอร์เน็ตที่ใช้ไฟเบอร์ออปติก ตอนนี้ทุกตรอกซอกมุมในจีนใช้ไฟเบอร์ออปติกความเร็ว 40-100 เม็ก ซึ่งไปถึงครบทุกบ้านแล้ว คนจีนใช้ 4 Screen Multimedia กันทั้งหมด ผมหมายถึง คนจีนดูรายการต่างๆ จากหน้าจอโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต

ประเทศไทยในขณะนี้ ผู้คนดูรายการผ่านช่องดาวเทียม เคเบิลและดิจิทัลทีวี แต่รัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้ใช้ดาวเทียม ใช้เพียงเคเบิลทีวีกับ OTT รัฐบาลอยากให้ประชาชนคนจีนใช้เคเบิลทีวี แต่คนจีนเองเดี๋ยวนี้ชอบใช้เทคโนโลยีใหม่ ต่างคนต่างทิ้งเคเบิลทีวี หันไปใช้ OTT กันแทบทั้งหมด ขอเรียนว่าเทคโนโลยี OTT กำลังมาไวมาก อะไรก็หยุดไม่อยู่

คนจีนร้อยละ 70 ใช้อินเตอร์เน็ตดูทีวี โดยเฉพาะคนอายุต่ำกว่า 40 ปีลงมา ดูทีวีผ่านโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว ที่เมืองจีน VOD และ TVOD กำลังมาแรงมาก นึกอยากจะดูทีวีหรือวีดิโอเมื่อใดก็ได้ โทรทัศน์ที่เมืองจีนบันทึกรายการเอาไว้ทั้ง 7 วัน เรียกกลับมาดูได้ตลอดเวลา

เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า CDN หรือ Content Distribution Network ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คนอยู่ใกล้สามารถจะรับสัญญาณจากเพื่อนที่กำลังดูอยู่ได้ โดยที่สัญญาณไม่ต้องวิ่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ ทำให้การถ่ายทอดภาพและเสียงทำได้อย่างไวและสะดวก โดยไม่มีการติดขัด

รัฐบาลจีนอนุญาตให้มีการประกอบกิจการ OTT ได้เพียง 7 บริษัทคือ CCTV, CIBN, Future TV, Mango TV, เจ้อเจียง, เซี่ยงไฮ้และกวางตุ้ง

สถานีไทยทุกช่อง คนไทยทุกคนสามารถจะถ่ายทอดผ่าน Live TV ได้ แต่ในจีน Live TV ในประเทศทำได้เฉพาะช่อง CCTV เท่านั้น สำหรับ CIBN ได้ใบอนุญาตทำ Live TV ที่แพร่ภาพนอกประเทศจีนได้ และ CIBN เป็นบริษัทแรกที่มาตั้งสถานีในประเทศ โดยตั้งชื่อบริษัทว่า OCTV (Overseas China TV) และกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของสำนักใหญ่ของ CIBN ในเอเชียแปซิฟิก

รัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้ใช้ YouTube แต่ให้ใช้ Youku (โหย่ว-คู่) แทน ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่ของโหย่วคู่คืออาลีบาบา รัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้มี Facebook แต่ให้ใช้ WeChat แทน ซึ่ง WeChat มีคุณสมบัติเหมือนกับ Facebook + Line

รัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้คนจีนใช้ Twitter แต่ใช้ Weibo(เหว่ยปั๋ว) แทน

ส่วน Aiqiyi หรืออ้ายฉี่อี้เป็น OTT Platform ที่มีผู้ชมมากที่สุดในประเทศจีนอยู่ในขณะนี้ มีการลงทุนทำรายการสูงที่สุด โดยลงทุนประมาณ 60,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนที่ลงทุนทำรายการเป็นอันดับสองคือโหย่วคู่ และอันดับสามคือ Wechat

ประเทศจีนไม่มี Google ที่ใช้ค้นหาข้อมูลอย่างที่พวกเราคนไทยใช้กัน แต่คนจีนใช้ search engine ที่เรียกว่า Baidu ไป๋ตู๋

บริษัทอินเตอร์เน็ตใหญ่ที่สุดของจีนคือกลุ่ม BAT ซึ่งหมายถึง Baidu Alibaba และ Tecent

Baidu เท่ากับ Google, Alibaba เท่ากับ Amazon และ Tecent เท่ากับ Facebook+Line

เทคโนโลยีโซเชียลมีเดียของจีนมาแรงมาก การค้าขายในจีนใช้ Online กันแทบทั้งหมดแล้ว จากการจ่ายสตางค์ก็แทบไม่มีใครใช้เงินสด ส่วนใหญ่ใช้ธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือ

นักธุรกิจของไทยจำนวนหนึ่งโฆษณาสินค้าของตัวเองลงใน Facebook, Google, YouTube ฯลฯ บางคนแปลสินค้าของตนเองเป็นภาษาจีน โดยหวังว่าจะได้ลูกค้าจีน โดยที่ไม่รู้ว่าคนจีนดูโซเชียลมีเดียพวกนี้ไม่ได้ดอกครับ

ใครอยากทำมาค้าขายกับจีน จะต้องเอาสินค้าตัวเองไปลงใน BAT ซึ่งปัจจุบัน กลุ่ม BAT ก็มาอยู่ในประเทศไทยแล้ว อาลีบาบามาซื้อหุ้นของลาซาด้า WeChat ซื้อหุ้นของ sanook.com และ Baidu ก็มาตั้งบริษัทในประเทศไทยแล้ว

ผมทำงานเป็น Director of Business Development ของบริษัท Tripplus ซึ่งเป็นบริษัทที่อาลีบาบา WeChat และไป๋ตู๋ ต่างมีหุ้นอยู่

Tripplus เป็นบริษัทที่ทำ Payment gateway สำหรับ WeChat Pay, Ali Pay และ Baidu Pay ในประเทศไทย

หากท่านจะเจาะตลาดจีนอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าใจศัพท์แสงและชื่อต่างๆ อย่างที่ผมเขียนรับใช้ไปข้างบนครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

Powered by MakeWebEasy.com