จิต แบ่งตามภูมิหรือระดับจิต

Last updated: Feb 13, 2018  |  1107 จำนวนผู้เข้าชม  |  ปรัชญาชีวิต

วันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค. 60 ท่านพระครูปลัดสัมพิพัฒนศีลาจารย์
(ครรชิต คุณวโร) เมตตาแสดงธรรม โปรดกลุ่มธรรมะยามเย็นว่าด้วยเรื่อง ...จิต แบ่งตามภูมิหรือระดับจิต

1.กามาวจรจิต คือ จิตที่ยังท่องเที่ยวในกามภูมิ คือ ยังมีกิเลสกาม เช่นเห็นเสื้อสวยแล้วอยากได้
เสื้อ = วัตถุกาม, ความอยากได้ = กิเลสกาม ในภูมินี้มีขันธ์ 5 และอายตนะ 6

1.1.อบายภูมิ ได้แก่ นิรยะ (นรก), เปรต, อสุรกาย และเดรัจฉาน

*จิตขณะใกล้ตาย ที่นำไปเกิดในภูมิต่างๆ ได้แก่

-ถ้าจิตมีโลภะ เช่น ห่วงบุคคล ทรัพย์สมบัติ หรือชอบใจเพลิดเพลินในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะนำไปเกิด เป็นเปรต สัตว์เดรัจฉาน หรืออสุรกาย

-ถ้าจิตมีโทสะ เช่น ภาพในอดีตที่เคยฆ่าสัตว์มาปรากฏ หรือมีความเดือดเนื้อร้อนใจ จะนำไปเกิดในนรก

- ถ้าจิตมีโมหะ เช่น เบื่อหน่าย ขี้เกียจ จิตไม่มีกำลัง จะนำไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

1.2. กามสุคติภูมิ ได้แก่ มนุษยภูมิ และเทวตาภูมิ (สวรรค์ 6 ชั้น)

*จิตของมนุษย์ คือ มีศีล 5 ไม่เบียดเบียน มีเมตตา ซื่อสัตย์

*จิตของเทวดา คือ มีศีล 5 เป็นพื้นฐาน มีหิริ โอตัปปะ ยินดีในการทำทาน

ลักษณะจิตของการทำทานที่จะนำไปเกิดในสวรรค์ชั้นต่างๆ ได้แก่

ชั้นที่ 1 (จาตุมหาราชิกา) : จิตหวังในผลของทาน เช่น ทำทานแล้วขอให้ไปเกิดในสวรรค์

ชั้นที่ 2 (ดาวดึงส์) : ทำทานเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี จิตบริสุทธิ์ ไม่หวังผล

ชั้นที่ 3 (ยามา) : ทำทานเพราะต้องการรักษาประเพณี จิตนึกถึงสังคมส่วนรวม

ชั้นที่ 4 (ดุสิต) : ทำทานเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ จิตมีเมตตาเสียสละ

ชั้นที่ 5 (นิมมานรตี) : ทำทานเพราะต้องการขัดเกลากิเลส ฝึกฝนตนเอง

ชั้นที่ 6 (ปรนิมมิตวัสสวัสตี) : ทำทานแล้วจิตปลื้มปีติอย่างมาก

2.รูปาวจรจิต คือ จิตในรูปาวจรภูมิ (จิตในขณะเข้ารูปฌาน) : จิตของรูปพรหม ภูมินี้มี ขันธ์ 5 แต่มีอายตนะแค่ ตา หู และใจ  ยกเว้น “อสัญญีสัตว์ หรือพรหมลูกฟัก” มีแต่รูป ไม่มีนาม ภูมินี้มีขันธ์ 1 ขันธ์

3.อรูปาวจรจิต คือ จิตในอรูปภูมิ (จิตในขณะเข้าอรูปฌาน จิตสงบมาก มีแต่นาม ไม่มีรูป) : จิตของอรูปพรหม

4.โลกุตตรจิต คือ จิตของพระอริยบุคคล ได้แก่ มรรค 4 (เหตุ) และผล 4 เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม

มรรค ผล จะมีผลกำจัดกิเลส แต่ไม่ได้ให้ผลเป็นลาภสักการะ ดังเรื่องของท่านพระโลสกติสสเถระ เพราะกรรมในอดีตชาติ ที่เคยทำอันตรายต่อลาภของผู้อื่น ทำให้ท่านเกิดมาเป็นผู้มีลาภสักการะน้อย ทุกภพชาติ ตราบจนถึงนิพพาน ส่วนกรรมที่ท่านหมั่นเจริญวิปัสสนา ทำให้บรรลุเป็นพระอรหันต์

การทำกรรมจะประทับในจิตและจะส่งผลดังนี้

*การทำทาน รักษาศีล มีเมตตา : กรรมเหล่านี้จะส่งผลตามไปทุกๆชาติ จนกว่ากรรมจะส่งผลหรือถึงพระนิพพาน

*การเจริญรูปฌาน อรูปฌาน : กรรมเหล่านี้จะส่งผลในชาติหน้าคือนำไปเกิดเป็นรูปพรหมหรืออรูปพรหม แต่ถ้าก่อนตายเข้าฌานไม่ได้ กรรมนี้ก็ถือเป็นอโหสิกรรม คือหมดผล

อย่างไรก็ตามขณะที่อยู่ในรูปาวจรภูมิและ. อรูปาวจรภูมิ กรรมอื่นๆก็ส่งผลไม่ได้ (แต่ยังรอส่งผลอยู่)


**ดังนั้นกรรมดีแม้เพียงเล็กน้อยต้องหมั่นทำ กรรมไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อยอย่าทำ**

การทำทาน รักษาศีล จิตมีเมตตา ต้องทำให้เต็มที่ เพราะเป็นฐานในการเจริญวิปัสสนา และจะส่งผลตามไปทุกชาติจนกว่าจะถึงพระนิพพาน

**ในแต่ละวัน สังเกตว่าจิตเป็นอย่างไรเป็นส่วนใหญ่ ก็มีแนวโน้มว่าขณะใกล้ตาย จิตก็มักจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งส่งผลนำไปเกิดในภพภูมิต่างๆ ดังนั้นอย่าประมาท ต้องหมั่นฝึกฝน พัฒนาจิตในทุกๆวัน**

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถสร้างเหตุปัจจัยที่จะนำไปเกิดยังภพภูมิต่างๆได้

...หากผิดพลาดประการใด กราบขอขมาต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระอาจารย์ และขออภัยทุกท่าน

Powered by MakeWebEasy.com