พุทธศาสนา

Last updated: Mar 13, 2017  |  182 จำนวนผู้เข้าชม  |  ปรัชญาชีวิต

พุทธศาสนา

จุดเด่นที่ทำให้พระพุทธศาสนาต่างจากศาสนาเทวนิยมอื่นๆ ในโลกนี้:

๑.พระพุทธศาสนาปฏิเสธว่ามีผู้สร้างโลก ถือว่าความเชื่อนี้ไร้สาระ ตรงข้าม โลกนี้ประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัยต่างๆ จึงมีขึ้นมา

๒.พระพุทธศาสนาไม่ใช่ระบบความเชื่อที่ควรใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้หมายถึงต้องมีความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างโลก

๓.จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนาคือละกิเลสได้หมดแล้วหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือวัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปเกิดบนสวรรค์

๔.พระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลสและวัฏฏสงสาร

๕.ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้าและสาวกคือครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้าและทาสผู้รับใช้

๖.พระพุทธเจ้าไม่เคยให้สาวกใช้ความเชื่อโดยปราศจากปัญญามานับถือ ตรงข้ามทรงสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้นได้นอกจากให้แค่แนะนำ

๗.คำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรมประจำโลก พระพุทธเจ้าทรงเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา

๘.นรกในพระพุทธศาสนาไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์อย่างนิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้วไปเกิดในนรกโลก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้

๙.พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องบาปติดตัวเหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งมีทั้งดีและชั่ว

๑๐.พระพุทธศาสนาสอนว่าสัตว์ทุกชีวิตมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติเพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษยสามัญธรรมดาที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะการปฏิบัติ

๑๑.กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายว่าเหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายถึงภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด

๑๒.พระพุทธศาสนาเน้นให้แผ่เมตตากรุณาไปยังสรรพสัตว์ ให้พ้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ไม่มีสัตว์ใดเกิดมาเป็นอาหารให้คนอื่นฆ่าเพื่อกิน แม้ว่าชาวพุทธจำนวนมากจะกินอาหารมังสวิรัติ แต่ก็ไม่มีพุทธวจนะใดบังคับ

๑๓.ธรรมะของพระพุทธเจ้าเสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนดับทุกข์ได้แล้วจะอยู่เหนือบุญและบาป ธรรมะทั้งปวงจะต้องไม่เป็นอารมณ์ให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น

๑๔.ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าฆ่าด้วยเหตุใด ผู้ฆ่าจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น การฆ่าในนามศาสนายิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา

๑๕.พระพุทธเจ้าตรัสว่ากำเนิดสังสารวัฏไม่มีเบื้องต้นและที่สุดถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิตไปตามอำนาจกิเลส

๑๖.พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญู แต่พระพุทธเจ้ามิใช่เทพเจ้าผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา

๑๗.การฝึกสมาธิสำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ อาจจะมีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนไปถึงระดับวิปัสสนาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รู้แจ้งได้

๑๘.หลักคำสอนเรื่องศุนยตา (สุญญตา) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพระพุทธศาสนา ถือเป็นคำสอนระดับสูงของพระพุทธศาสนาด้วย เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนอยู่แท้จริง มีแต่ปัจจัยส่งเสริมกันและกันให้เกิด สรรพสิ่งในโลกจึงตกอยู่ในภาวะอนิจจัง ทุกขังและอนัตตาเหมือนกันหมด พระพุทธศาสนาจึงไม่สุดโต่งไปข้างสัสสตทิฏฐิ (Eternalism) ตามแนวศาสนาประเภทเทวนิยมหรืออุจเฉททิฏฐิ (Nihilism) ตามแนววัตถุนิยม

๑๙.วัฏจักรหรือสังสารวัฏเป็นศูนย์กลางคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิดไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกคนจึงต้องช่วยตนเองเพื่อพัฒนาไตรสิกขาให้หลุดพ้นจากโลภะ โทสะและโมหะ หรืออวิชชา เพื่อทำลายระบบสังสารวัฏให้หมดสิ้นไป

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์

สรุปความและเรียบเรียงเพิ่มเติมจากเวปไซต์ข้างล่าง

๕ มีนาคม ๒๕๖๐

Powered by MakeWebEasy.com